วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

บอกเหตุผลว่าทำไมจึงยกตัวอย่างให้ฟังว่าตายแล้วไปไหน

บอกเหตุผลว่าทำไมจึงยกตัวอย่างให้ฟังว่าตายแล้วไปไหน

[ณ ป่าไม้ทองกวาว ใกล้บ้านนฬกปานะ แคว้นโกศล พระพุทธเจ้าได้เรียกเหล่ากุลบุตรผู้มีชื่อเสียง (เช่น พระอนุรุทธะ พระภัททิยะ พระกิมพิละ พระภัคคุ พระโกณฑัญญะ พระเรวตะ และพระอานนท์) ที่มาบวชกับท่าน ให้เข้ามาพบแล้วถามว่า]

พ:  พวกเธอทั้งหลาย ยังยินดีกับการบวชอยู่ไหม?   พระอนุรุทธะ:  ยังยินดีอยู่ท่าน.    พ:  ดี สมควรอยู่ เพราะพวกเธอออกบวชเพราะศรัทธา ไม่ใช่เพราะทำผิดต่อพระราชา ไม่ใช่เพราะถูกโจรไล่จับ ไม่ใช่เพราะหนีหนี้ใคร ไม่ใช่เพราะมีภัยเดือดร้อน และไม่ใช่เพราะอาชีพบีบคั้น   พวกเธอบวชเพราะเป็นทุกข์ และอยากหาทางพ้นทุกข์ ใช่ไหม?   อ:  ใช่อย่างนั้นท่าน.    

พ:  ถ้าเธอละกามและสิ่งอกุศลได้ ก็จะเกิดปีติและสุขที่ประณีตขึ้นไปตามลำดับ    พวกเธอคิดว่าเพราะประโยชน์อะไร ตถาคตจึงบอกพวกเธอว่าภิกษุรูปนั้นรูปนี้ เมื่อมรณภาพไปแล้ว ได้ไปเกิดในภพนั้นภพนี้.  

อ:  ขอให้ท่านช่วยอธิบายด้วยเถิด

พ:  ที่ตถาคตบอก ไม่ใช่เพื่อให้คนพิศวง ให้คนรู้จัก ให้คนหันมานับถือศาสนานี้ หรือเพื่อลาภสักการะอะไร แต่เป็นเพราะเมื่อพวกเธอได้ฟังแล้ว จะทำให้เธอตั้งใจที่จะเป็นอย่างนั้นบ้าง เพื่อประโยชน์สุขของพวกเธอเอง   

ถ้าเราบอกว่ามีภิกษุหรือภิกษุณีที่เธอรู้จัก หลังจากมรณภาพ ได้บรรลุนิพพานไปแล้ว ไม่เกิดอีก...[หรือ]เป็นโอปปาติกะ (ผู้ที่ตายแล้วไปผุดเกิดโตเต็มตัวทันที ไม่ต้องมีพ่อแม่) และจะนิพพานในภพนั้นๆ...[หรือ]เป็นพระสกทาคามี จะมาเกิดบนโลกนี้อีกครั้งเดียวและจะบรรลุได้...[หรือ]เป็นพระโสดาบันที่จะบรรลุได้ในอนาคตแน่นอน...เธอก็จะนึกย้อนไปตามที่ได้เห็นหรือได้ยินว่าภิกษุหรือภิกษุณีรูปนั้น ได้ประพฤติปฏิบัติอย่างนั้น มีปัญญาอย่างนี้ เธอก็จะเกิดศรัทธาและตั้งใจปฏิบัติตามอย่าง

หรือถ้าอุบาสกอุบาสิกาได้ฟังเราพูดถึงคนที่เขารู้จักซึ่งตายไปแล้วเป็นโอปปาติกะ และจะนิพพานในภพนั้นๆ... [หรือ]เป็นพระสกทาคามี จะมาเกิดบนโลกนี้อีกครั้งเดียวและจะบรรลุได้...[หรือ]เป็นพระโสดาบันที่จะบรรลุได้ในอนาคตแน่นอน... อุบาสกอุบาสิกาคนนั้นก็จะนึกย้อนไปตามที่ได้เห็นหรือได้ยินว่าเขาคนนั้นประพฤติปฏิบัติอย่างนั้น มีปัญญาอย่างนี้ ก็จะเกิดศรัทธาและตั้งใจปฏิบัติตามอย่าง 

ทั้งนี้ ก็เพื่อประโยชน์สุขของพวกเธอทั้งหลายนี่เอง.

ที่มา: เรียบเรียงจากพระไตรปิฎก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 (พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ ภาค 2 เล่ม 1 นฬกปานสูตร ข้อ 195), 2559, น.371-381



Previous Post
Next Post

post written by:

0 comments: