วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ขุมทรัพย์คือบุญที่บุคคลฝังไว้ดีแล้ว

ขุมทรัพย์คือบุญที่บุคคลฝังไว้ดีแล้ว

บุญที่บุคคลทำแล้ว ด้วยศรัทธา ๑ ด้วยศีล ๑ ด้วยสัญญมะ ๑ ด้วยทมะ ๑ ชื่อว่าเป็นประดุจขุมทรัพย์ที่บุคคลนั้นฝังไว้ดีแล้ว

๑. ด้วยศรัทธา คือ เชื่อว่า “ทานที่บุคคลให้แล้วย่อมมีผล” ดังนี้เป็นต้น หรือด้วยความเชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม เชื่อว่าคนได้ดีได้ชั่วเพราะกรรม และเชื่อในพระปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคตเจ้า

๒. ด้วยศีล คือ การรักษากายวาจาให้เรียบร้อยเป็นปกติ หมายถึงความประพฤติกายและวาจาให้สุภาพเรียบร้อยเพื่อรักษาสันติสุขแห่งประชุมชน

๓. ด้วยสัญญมะ คือ การห้ามจิตมิให้ตกไปในอารมณ์ต่างๆ เพื่อความตั้งมั่นแห่งจิต ด้วยความสำรวมใจให้แน่วแน่ เพื่อให้จิตใจสงบหรือเพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง และด้วยความสำรวมอินทรีย์ มีสติระวังรักษาใจ มิให้กิเลสคือความยินดี ยินร้ายเข้าครอบงำ ในเมื่อรับรู้อารมณ์ด้วยอินทรีย์ทั้ง ๖ ในขณะเห็นรูปด้วยตาเป็นต้น

๔. ด้วยทมะ คือ การเข้าไประงับกิเลสด้วยปัญญา ได้แก่รู้เข้าใจได้ในเหตุผล ดีชั่ว คุณโทษ ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ เป็นต้น ในทางวิปัสสนาคือความรอบรู้ในกองสังขารตามความเป็นจริง

ขุมทรัพย์คือบุญที่บุคคลฝังไว้ดีแล้วเช่นนี้ คนอื่นขนเอาไปไม่ได้ จะติดตามคนฝังตลอดไป เขาปรารถนาผลใดๆ ในเทวโลกและมนุษยโลก เขาย่อมได้ผลนั้นๆ ด้วยขุมทรัพย์นี้ทุกอย่าง ส่วนบรรดาทรัพย์สมบัติเหล่าอื่นเขาจำต้องละทิ้งไว้ในโลกนี้ทั้งนั้น เอาไปด้วยก็ไม่ได้ ดังนี้

สาระธรรมจากนิธิกัณฑสูตร

พระมหาวัชระ  เชยรัมย์  (ติกฺขญาโณ)

16/7/64





Previous Post
Next Post

post written by:

0 comments: