วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565

"จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ  :  จิตที่ฝึกแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำสุขมาให้"

"จิตฺตํ  ทนฺตํ  สุขาวหํ  :​  จิตที่ฝึกแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำสุขมาให้"

พระบรมศาสดาตรัสว่า “เธอจงรักษาจิตของเธอนั่นแหละ ธรรมดาจิตนี้บุคคลรักษาได้ยาก, เธอจงข่มจิตของเธอไว้ให้ได้ อย่าคิดถึงอารมณ์อะไรๆ อย่างอื่น, ธรรมดาจิตอันบุคคลข่มได้ยาก” ดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ว่า

ทุนฺนิคฺคหสฺส  ลหุโน    ยตฺถ  กามนิปาติโน

จิตฺตสฺส  ทมโถ  สาธุ    จิตฺตํ  ทนฺตํ  สุขาวหนฺติ ฯ

แปลว่า

“การฝึกจิตอันข่มได้ยาก เป็นธรรมชาติเร็ว มักตกไปในอารมณ์ตามความใคร่ เป็นการดี (เพราะว่า) จิตที่ฝึกแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำสุขมาให้” ดังนี้ ฯ

สาระธรรมจากอรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท จิตตวรรค (เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง)

พระมหาวัชระ เชยรัมย์ (ติกฺขญาโณ) วัดสามพระยา กรุงเทพ ฯ

25/8/65

_______

ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรม , ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข , คนโง่ ไม่ควรเป็นผู้นำ , ผู้นำ ผู้ตาม , ม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก , ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ , บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้ , ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล , ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (2) , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (1) , คำคมภาษาอังกฤษ ,  'เชื่อมั่นในตน' เกิดเป็นคนควรจะพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ , ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน , ชนะตนแล ประเสริฐกว่า , ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ , คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญา นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า มีชีวิตประเสริฐ , ธรรมเป็นเหตุให้ยศเจริญ , ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก , ชนเหล่าใดประมาท ชนเหล่านั้นเป็นเหมือนคนที่ตายแล้ว , จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบ ,  เพียงดังแก้วมณีโชติรส , ผู้ดำเนินชีวิตโดยธรรม ,  ผู้เห็นภัยในความประมาทโดยปกติ ,  ผู้เพ่งความสงบ พึงละโลกามิสเสีย , พุทธภาษิตเกี่ยวกับความตาย , ความไม่รู้เป็นมลทินร้ายที่สุด , คนชั่วช้า ไม่พ้นตาสังคม ,  เมื่อจักขุวิญญาณเห็นรูป ก็เป็นเพียงแต่เห็น , เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี , ช่วยกันเขียนให้ถูก และแปล อย่าให้ผิด , ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง , คนล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร , มลทินที่ร้ายแรงที่สุด










วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565

“ธมฺโม  สุจิณฺโณ  สุขมาวหาติ  :  ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้”

“ธมฺโม  สุจิณฺโณ  สุขมาวหาติ  :  ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้”

ช่วงชีวิตของคนเรานั้นสั้นนัก การยอมเสียเวลาเพื่อลงทุนทำอะไรสักอย่างหนึ่ง จะต้องใคร่ครวญให้ดี เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาและเงินตราที่เสียไป

เพราะนั่นหมายถึงชีวิต และโอกาสดีๆ ที่ต้องสูญเสียไป แต่การลงมือทำความดีนั้น ไม่มีการสูญเสีย มีแต่ได้กับได้อย่างเดียว การที่เราให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ล้วนได้ประโยชน์ใหญ่ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดและยังสามารถสั่งสมบุญได้อีก  

การทำบุญไม่ต้องเสี่ยงต่อการขาดทุน เพราะนอกจากจะได้กำไรชีวิตแล้ว ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไร เพื่อไปใช้ในภพชาติต่อไปได้อีก ผู้มีบุญมีปัญญาต้องรีบสั่งสมบุญ โดยเฉพาะบุญที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา ฝึกใจหยุดใจนิ่ง จะทำให้เราเข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต มีพระรัตนตรัยภายในเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกอย่างแท้จริง ฉะนั้น การลงทุนถูกที่สุด คุ้มค่าที่สุดและได้ผลมากที่สุด คือ การทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 นั่นเอง

 "จากส่วนหนึ่ง ของรายการธรรมะเพื่อประชาชน โดย พระเทพญาณมหามุนี"

_______

ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรมผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข , คนโง่ ไม่ควรเป็นผู้นำ , ผู้นำ ผู้ตาม , ม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก , ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ , บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้ , ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล , ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (2) , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (1) , คำคมภาษาอังกฤษ ,  'เชื่อมั่นในตน' เกิดเป็นคนควรจะพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ , ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน , ชนะตนแล ประเสริฐกว่า , ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ , คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญา นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า มีชีวิตประเสริฐ , ธรรมเป็นเหตุให้ยศเจริญ , ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก , ชนเหล่าใดประมาท ชนเหล่านั้นเป็นเหมือนคนที่ตายแล้ว , จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบ ,  เพียงดังแก้วมณีโชติรส , ผู้ดำเนินชีวิตโดยธรรม ,  ผู้เห็นภัยในความประมาทโดยปกติ ,  ผู้เพ่งความสงบ พึงละโลกามิสเสีย , พุทธภาษิตเกี่ยวกับความตาย , ความไม่รู้เป็นมลทินร้ายที่สุด , คนชั่วช้า ไม่พ้นตาสังคม ,  เมื่อจักขุวิญญาณเห็นรูป ก็เป็นเพียงแต่เห็น , เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี , ช่วยกันเขียนให้ถูก และแปล อย่าให้ผิด , ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง , คนล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร , มลทินที่ร้ายแรงที่สุด

ภาพ:  วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร หรือชื่อเดิมว่า วัดท้ายตลาด ตั้งอยู่บริเวณพระราชวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 


วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ธมฺมจารี สุขํ เสติ  - ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข

เสาร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕   ตรงกับขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล พรุ่งนี้วันพระพุทธเจ้า

ว่าด้วยการประพฤติธรรม

ธมฺมจารี สุขํ เสติ.   “ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข”  

(ขุ.ธ. ๒๕/๓๗,๓๘, ขุ.อุ. ๒๕/๓๖๖)

ผู้ประพฤติธรรม  หมายถึง  ผู้ดำรงตนอยู่บนหลักของศีลธรรม ดำเนินชีวิต ประกอบวิชาชีพ ภายใต้กรอบของศีลธรรมอันดี ไม่ละเมิดข้อห้ามที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามเพราะเป็นทางแห่งความเสื่อม และกระทำตามหลักธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้กระทำเพราะเป็นทางแห่งความเจริญ

เมื่อว่าโดยความหมายที่สูงขึ้นไป  ผู้ประพฤติธรรม หมายถึง ผู้ที่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ดำเนินตามวิถีแห่งอริยมรรคมีองค์แปด อันเป็นหนทางที่จะนำผู้ดำเนินหรือผู้ปฏิบัติเข้าสู่ทางแห่งความพ้นทุกข์ คือเป็นหนทางที่จะนำผู้ปฏิบัติเข้าสู่พระนิพพาน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา

บุคคลที่ประพฤติธรรม  จะเป็นบุคคลที่ละเว้นความชั่ว สร้างสมอบรมแต่กรรมดี หมั่นทำบุญ รักษาศีล เจริญภาวนา อันเป็นหนทางแห่งการสร้างบารมีและเข้าสู่ความพ้นทุกข์

เมื่อเป็นอยู่ด้วยอาการอย่างนี้  คือใช้ชีวิตด้วยการประพฤติธรรม ใช้หลักธรรมเป็นหลักในการดำเนินชีวิต เขาย่อมห่างไกลจากอบายมุขคือทางแห่งความเสื่อมทุกประเภท และหันหน้าเข้าสู่ความสุขความเจริญโดยส่วนเดียว

บุคคลผู้ที่ประพฤติตามธรรมอยู่เสมอ  จึงเป็นบุคคลที่ห่างจากความทุกข์ มีความสุขเป็นผลที่จะได้รับ เพราะการกระทำของเขา เป็นสาเหตุแห่งความสุขโดยส่วนเดียว

ไม่ใช่แต่เพียงผู้ประพฤติธรรมเท่านั้นที่จะอยู่เป็นสุข  แม้แต่บริวารชน หรือบุคคลทั้งหลายที่คอยห้อมล้อมหรือคบค้าสมาคมกับบุคคลผู้ประพฤติธรรม ย่อมได้รับอานิสงส์ไปด้วย คือพลอยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบสุขร่มเย็นไปด้วย

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า การประพฤติธรรม มีอานิสงส์เป็นความสุข ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

ใจสั่งมา

Credit: ชาญ สร้อยสุวรรณ

___

ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรม , ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุขคนโง่ ไม่ควรเป็นผู้นำ , ผู้นำ ผู้ตาม , ม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก , ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ , บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้ , ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล , ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (2) , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (1) , คำคมภาษาอังกฤษ ,  'เชื่อมั่นในตน' เกิดเป็นคนควรจะพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ , ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน , ชนะตนแล ประเสริฐกว่า , ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ , คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญา นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า มีชีวิตประเสริฐ , ธรรมเป็นเหตุให้ยศเจริญ , ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก , ชนเหล่าใดประมาท ชนเหล่านั้นเป็นเหมือนคนที่ตายแล้ว , จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบ ,  เพียงดังแก้วมณีโชติรส , ผู้ดำเนินชีวิตโดยธรรม ,  ผู้เห็นภัยในความประมาทโดยปกติ ,  ผู้เพ่งความสงบ พึงละโลกามิสเสีย , พุทธภาษิตเกี่ยวกับความตาย , ความไม่รู้เป็นมลทินร้ายที่สุด , คนชั่วช้า ไม่พ้นตาสังคม ,  เมื่อจักขุวิญญาณเห็นรูป ก็เป็นเพียงแต่เห็น , เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี , ช่วยกันเขียนให้ถูก และแปล อย่าให้ผิด , ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ , การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง , คนล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร , มลทินที่ร้ายแรงที่สุด

วัดระหาน หรือ วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน จังหวัดบุรีรัมย์

ภาพ : นักรบตะวันออก







วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ผู้นำ-ผู้ตาม

ผู้นำ-ผู้ตาม

ควญฺเจ   ตรมานานํ          อุชุํ  คจฺฉติ  ปุงฺคโว
สพฺพา  คาวี  อุชุํ  ยนฺติ     เนตฺเต  อุชุํ  คเต  สติ.

เมื่อฝูงโคข้ามแม่น้ำไป   ถ้าจ่าฝูงไปตรง   โคทั้งหมดก็ย่อมไปตรง   
เมื่อผู้นำไปตรง (ผู้ตามก็ไปตรง)

เอวเมว  มนุสฺเสสุ       โย  โหติ  เสฏฺฐสมฺมโต 

โส  เจปิ  ธมฺมํ  จรติ         ปเคว  อิตรา  ปชา

ในหมู่มนุษย์ทั้งหลายก็เช่นนั้นแล   ผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้เป็นใหญ่

ถ้าแม้ผู้นั้นประพฤติเป็นธรรม   ปวงชนทั้งหลายดังฤๅจะไม่ประพฤติตาม

สพฺพํ  รฏฺฐํ  สุขํ  เสติ     ราชา  เจ  โหติ  ธมฺมิโก.

ราษฎรย่อมครองสุขโดยทั่วกัน  ถ้าผู้บริหารบ้านเมืองครองธรรม

___

พระบาลี:  ราโชวาทชาดก จตุกกนิบาต,  พระไตรปิฎกเล่ม ๒๗ ข้อ ๖๓๖-๖๓๗

คำแปล: พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ,  ๑๑:๑๖

___

ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข , คนโง่ ไม่ควรเป็นผู้นำ , ผู้นำ ผู้ตาม , ม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก , ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ , บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้ , ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล , ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (2) , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (1) , คำคมภาษาอังกฤษ ,  'เชื่อมั่นในตน' เกิดเป็นคนควรจะพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ , ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน , ชนะตนแล ประเสริฐกว่า , ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ , คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญา นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า มีชีวิตประเสริฐ , ธรรมเป็นเหตุให้ยศเจริญ , ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก , ชนเหล่าใดประมาท ชนเหล่านั้นเป็นเหมือนคนที่ตายแล้ว , จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบ ,  เพียงดังแก้วมณีโชติรส , ผู้ดำเนินชีวิตโดยธรรม ,  ผู้เห็นภัยในความประมาทโดยปกติ ,  ผู้เพ่งความสงบ พึงละโลกามิสเสีย , พุทธภาษิตเกี่ยวกับความตาย , ความไม่รู้เป็นมลทินร้ายที่สุด , คนชั่วช้า ไม่พ้นตาสังคม ,  เมื่อจักขุวิญญาณเห็นรูป ก็เป็นเพียงแต่เห็น , เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี , ช่วยกันเขียนให้ถูก และแปล อย่าให้ผิด , ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง , คนล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร , มลทินที่ร้ายแรงที่สุด



วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

"ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง,  ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ"

โส  จ  สพฺพทโท  โหติ       โย  ททาติ  อุปสฺสยํ 
อมตนฺทโท  จ  โส  โหติ     โย  ธมฺมมนุสาสติ.

ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง,  
ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ.

แยกเป็น ๒ ประเด็นหลัก คือผู้ให้ที่พักอาศัยชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวงได้อย่างไร และเพราะเหตุใดผู้สอนธรรมจึงชื่อว่าให้อมตะ.

พระพุทธเจ้าตรัสจำแนกประเภทของการให้ว่าคนที่ให้อาหารเป็นทานชื่อว่าให้กำลัง ให้เสื้อผ้าชื่อว่าให้ผิวพรรณ ให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุข ให้ประทีปโคมไฟชื่อว่าให้แสงสว่าง 

แต่ผู้ให้ที่พักอาศัยเชื่อว่าให้ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งท่านกล่าวเปรียบเทียบไว้ดังนี้ว่าคนที่มีร่างกายเหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลียจากการเดินทาง  เมื่อได้พักอาบน้ำแล้วนอนในที่พักอาศัยก็ทำให้มีกำลังวังชากลับคืนได้, การเที่ยวไปภายนอกบางทีก็ทำให้ผิวพรรณกร้านดำเพราะลมและแดด  แต่เมื่อได้พักผ่อนในที่อยู่อาศัยผิวพรรณก็กลับมีปกติดังเดิม, คนที่นอนอยู่ในที่พักย่อมปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ ที่จะมาเบียดเบียน มีความสุขอยู่กับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 

อนึ่ง คนที่อยู่กลางแจ้งเมื่อกลับเข้าสู่ที่อยู่อาศัย ทีแรกหูตาย่อมฝ้าฟางเป็นธรรมดา ครั้นได้พักสักนิดหนึ่ง เมื่อสายตาปรับความเคยชินได้แล้ว  แสงสว่างภายในบ้านก็ปรากฏดังเดิม ดังนั้น คนที่ให้ที่พักจึงชื่อว่าให้ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนั้น

ส่วนการสอนธรรมชื่อว่าเป็นการให้อมตะ คือเป็นการให้ที่ไม่มีตาย ถ้าเป็นระดับโลกิยะก็เป็นการสอนเพื่อให้มีชีวิตอยู่ในโลกด้วยความปลอดภัยและเป็นสุข  แต่ในที่นี้ท่านมุ่งหมายถึงการสอนธรรมที่เป็นข้อปฏิบัติอันนำไปสู่ความดับทุกข์ทั้งป่วง ไม่ต้องวนเวียนเกิดดับอีกต่อไป ซึ่งเรียกว่านิพพาน การสอนให้ปฏิบัติดังนี้เรียกว่าเป็นการให้อมตธรรมอย่างแท้จริง.

พึงทราบวินิจฉัยในกินททสูตรที่ ๒ ต่อไป :-

บทว่า  อนฺนโท  อธิบายว่า บุคคลแม้มีกำลังมากแต่ไม่ได้กินอาหารหลายๆ วัน (สองสามวัน) ก็ไม่อาจเพื่อจะลุกขึ้น ส่วนบุคคลผู้มีกำลังทรามได้กินอาหารแล้วก็ย่อมถึงพร้อมด้วยกำลังได้ เหตุใด เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า บุคคลให้อาหารชื่อว่าให้กำลัง ดังนี้.

บทว่า  วตฺถโท  อธิบายว่า บุคคลแม้มีรูปงาม แต่มีผ้าสกปรกดังผ้าขี้ริ้วหรือไม่มีผ้าเลย ย่อมเป็นผู้น่าเกลียด ถูกเหยียดหยาม ไม่น่าดู บุคคลมีผ้าปกปิดดีแล้วย่อมงามราวกะเทพบุตร เหตุใด เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า บุคคลให้ผ้าชื่อว่าให้วรรณะ ดังนี้.

บทว่า  ยานโท  ได้แก่ ยานทั้งหลายมีหัตถิยาน (ยานช้าง) เป็นต้น ก็แต่ว่าในบรรดายานเหล่านั้น ยานช้าง ยานม้าย่อมไม่สมควรแก่สมณะ การให้ไปด้วยรถก็ไม่สมควรเหมือนกัน ยานที่สมควรแก่สมณะ ก็คือรองเท้าสำหรับสมณะผู้รักษาอยู่ซึ่งศีลขันธ์ เพราะฉะนั้น บุคคลให้รองเท้า ไม้เท้าคนแก่ เตียง ตั่ง. อนึ่ง บุคคลใดย่อมชำระหนทาง ย่อมทำบันได ย่อมทำสะพาน ย่อมมอบเรือให้แม้ทั้งหมดนี้ ก็ชื่อว่าให้ยานเหมือนกัน.

บทว่า  สุขโท  โหติ  คือ ชื่อว่าให้ความสุข ก็เพราะนำความสุขในยานมาให้.   บทว่า  จกฺขุโท  โหติ  อธิบายว่า ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ เพราะความที่บุคคลทั้งหลาย ถึงแม้มีตาก็ไม่สามารถมองเห็นในที่มืดได้ ผู้ให้ประทีปโคมไฟนั้นย่อมได้แม้ซึ่งความถึงพร้อมแห่งทิพยจักษุเหมือนพระอนุรุทธเถระ.

บทว่า  สพฺพโท  โหติ  อธิบายว่า ผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างดังที่กล่าวแล้วนั่นแหละ คือมีการให้กำลังเป็นต้น คือว่าเมื่อภิกษุเที่ยวบิณฑบาตไปสองสามบ้านไม่ได้อะไรๆ มาอยู่ก็ดี เมื่ออาบน้ำในสระโบกขรณีอันเย็นแล้วเข้าไปสู่ที่พักอาศัย นอนในเตียงครู่หนึ่งแล้วลุกขึ้นมานั่งก็ดี ย่อมได้กำลังราวกะบุคคลอื่นนำมาใส่ให้ในร่างกาย.

ก็บุคคลเที่ยวไปในภายนอก ผิวพรรณในกายย่อมคล้ำไปด้วยลมและแดด เมื่อเข้าไปสู่ที่พักอาศัยปิดประตูแล้วนอนสักครู่หนึ่ง ความสืบต่อแห่งวิสภาคะย่อมเข้าไปสงบระงับ ความสืบต่อแห่งสภาคะย่อมก้าวลง ย่อมได้ผิวพรรณวรรณะ ราวกะบุคคลนำใส่ไว้ให้.

ก็เมื่อบุคคลเที่ยวไปภายนอก หนามย่อมทิ่มแทง ตอไม้ย่อมกระทบ อันตรายทั้งหลายมีงูเป็นต้นและโจรภัยย่อมเกิดขึ้น เมื่อเข้าไปสู่ที่พักอาศัยปิดประตูนอนแล้ว อันตรายทั้งหมดเหล่านั้นย่อมไม่มี. เมื่อสาธยายอยู่ ปีติและความสุขในธรรมย่อมเกิดขึ้น เมื่อทำกรรมฐานไว้ในใจอยู่ ความสุขอันสงบย่อมเกิดขึ้น เมื่อบุคคลเที่ยวไปภายนอก เหงื่อทั้งหลายย่อมไหลออก ตาทั้งสองย่อมฝ้าฟาง ในเวลาที่เข้าไปสู่เสนาสนะย่อมเป็นราวกะว่าตกลงไปในหลุม เตียงและตั่งย่อมไม่ปรากฏ ก็เมื่อบุคคลนอนพักสักครู่หนึ่ง ความผ่องใสแห่งตาก็จะมีได้ ราวกะว่าบุคคลนำมาใส่ไว้ให้ ช่องลมประตูหน้าต่างและเตียงตั่งย่อมปรากฏ.

ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า  โส  จ  สพฺพทโท  โหติ  โย  ททาติ  อุปสฺสยํ  แปลว่า ก็บุคคลใดให้ที่พักพาอาศัย บุคคลนั้นชื่อว่าให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนี้.

บทว่า  อมตํ  ทโท  จ  โส  โหติ  อธิบายว่า เมื่อบุคคลยังบิณฑบาตให้เต็มด้วยโภชนะอันประณีต แล้วถวายอยู่ ชื่อว่าให้ความไม่ตาย.

บทว่า  โย  ธมฺมมนุสาสติ  อธิบายว่า บุคคลใดย่อมพร่ำสอนธรรม ย่อมบอกอรรถกถา ย่อมสอนบาลี ย่อมแก้ปัญหาที่ถามแล้ว ย่อมบอกกรรมฐาน ย่อมทำธรรมสวนะ แม้ทั้งหมดนี้ ชื่อว่าย่อมพร่ำสอนธรรม.

อนึ่ง การให้ธรรมนี้เท่านั้น บัณฑิตพึงทราบว่าเป็นเลิศกว่าการให้ทั้งหมด.  ข้อนี้ สมจริงดังที่ตรัสไว้ว่า

สพฺพทานํ  ธมฺมทานํ  ชินาติ          สพฺพรตึ  ธมฺมรติ  ชินาติ
สพฺพรสํ  ธมฺมรโส  ชินาติ            ตณฺหกฺขโย  สพฺพทุกฺขํ  ชินาติ.

การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทั้งปวง  ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง  
รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง   ความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง ดังนี้.

จบอรรถกถากินททสูตรที่ ๒      

ที่มา :  https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=137    

🙏Support me

___

ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข , คนโง่ ไม่ควรเป็นผู้นำ , ผู้นำ ผู้ตาม , ม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก , ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ , บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้ , ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล , ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (2) , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (1) , คำคมภาษาอังกฤษ ,  'เชื่อมั่นในตน' เกิดเป็นคนควรจะพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ , ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน , ชนะตนแล ประเสริฐกว่า , ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ , คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญา นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า มีชีวิตประเสริฐ , ธรรมเป็นเหตุให้ยศเจริญ , ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก , ชนเหล่าใดประมาท ชนเหล่านั้นเป็นเหมือนคนที่ตายแล้ว , จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบ ,  เพียงดังแก้วมณีโชติรส , ผู้ดำเนินชีวิตโดยธรรม ,  ผู้เห็นภัยในความประมาทโดยปกติ ,  ผู้เพ่งความสงบ พึงละโลกามิสเสีย , พุทธภาษิตเกี่ยวกับความตาย , ความไม่รู้เป็นมลทินร้ายที่สุด , คนชั่วช้า ไม่พ้นตาสังคม ,  เมื่อจักขุวิญญาณเห็นรูป ก็เป็นเพียงแต่เห็น , เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี , ช่วยกันเขียนให้ถูก และแปล อย่าให้ผิด , ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง , คนล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร , มลทินที่ร้ายแรงที่สุด







วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ปุญฺญํ  โจเรหิ  ทูหรํ - บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้  (พุทธพจน์)

ปุญฺญํ  โจเรหิ  ทูหรํ  -  บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้  

(พุทธพจน์)

    บัดนี้  จักอธิบายความแห่งพุทธภาษิตว่า  บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้  พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาพระธรรมของสาธุชนทั้งหลาย  ตามสมควรแก่ความรู้ที่ได้ศึกษามา

    บุญ  หมายถึง  กุศล  สุจริต  กรรมดี  ความดี  ธรรม และธรรมฝ่ายขาว  หรือกล่าวโดยรวมว่า  บุญเป็นชื่อของความดีทุกอย่าง  อันตรงกันข้ามกับบาปที่เป็นชื่อของความไม่ดีทุกอย่าง

    ท่านผู้รู้คัมภีร์ศัพทศาสตร์ให้ความหมายว่า  บุญ แปลว่า เครื่องชำระล้างจิตใจให้สะอาด  หรือแปลว่าสภาพที่ก่อให้เกิดความน่าบูชา  อธิบายว่า  บุญคือการบริจาคทาน  การรักษาศีล  และการเจริญภาวนา  เป็นต้น ใครกระทำโดยติดต่อไม่ขาดสาย  ย่อมทำให้จิตใจของเขาปราศจากความโลภ ความโกรธ  ความหลง  หรือยิ่งทำไปนาน ๆ จนเป็นบารมีเหมือนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   หรือพระอรหันตสาวกก็จะกำจัดกิเลสได้เด็ดขาด  เป็นพระอรหันต์  เป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์อย่างแท้จริง  และผู้ที่ไม่มีกิเลสคือความโลภ  ความโกรธ  ความหลงนั้น  ย่อมจัดเป็นปูชนียบุคคล  คือ  บุคคลที่น่าบูชา  ทั้งของเทวดาและมนุษย์

    เมื่อบุญ  คือความดีจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ  การทำบุญนั้น  ก็เหมือนกับการทำงานทั่วไป คือต้องมีอุปกรณ์ได้แก่เครื่องมือ  เหมือนนักเรียนมาเรียนหนังสือ  ต้องมีเครื่องมือ  เช่น  หนังสือ  สมุด  ปากกา  เป็นต้น  อุปกรณ์สำหรับใช้ทำบุญใหญ่ ๆ มี ๔  อย่าง  คือ  ๑.  ทานวัตถุ  ของสำหรับใช้บริจาคทาน  พระพุทธองค์ทรงกำหนดไว้  ๑๐  อย่าง  คือ  ข้าว  น้ำ  ผ้า  ยานพาหนะ  ดอกไม้ของหอม  ของลูบไล้  ที่นอน  ที่พัก  ประทีป  ๒. กาย  คือร่างกายทุกส่วน  ๓. วาจา คือปาก  ๔. ใจ  คือความคิด  

    เมื่อพูดถึงเรื่องทำบุญ พุทธศาสนิกชนไทยโดยมากมักรู้จักเพียงอย่างเดียว  คือ การบริจาคทาน  จึงเป็นเหตุให้บางคนรู้สึกกลัวบุญ  เพราะทำบุญทีไรจะต้องเสียทรัพย์ทุกครั้ง  บางคนรู้สึกว่า  ตนเองไม่มีโอกาสจะได้ทำบุญกับเขา  เพราะไม่มีทรัพย์สินเงินทอง  แต่ความจริงแล้ว  ทรัพย์สินเงินทองไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับทำบุญที่สำคัญเลย  อุปกรณ์สำหรับทำบุญที่สำคัญ คือ  กาย วาจา ใจ  ของแต่ละบุคคลนั่นเอง

    กายของนักเรียนที่เว้นจากการฆ่าสัตว์  การทำร้ายกัน  การลักขโมย  การประพฤติผิดในกาม  หรือที่ใช้ทำสิ่งอันเป็นประโยชน์  เช่น  ขยันไปโรงเรียน  ขยันเรียนหนังสือ   ขยันทำการบ้าน  ขยันช่วยพ่อแม่ทำงาน  ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด  ช่วยเหลือสังคม  ช่วยรักษาความสะอาดบริเวณโรงเรียน เป็นต้น  วาจาหรือปาก  ใช้พูดแต่คำสัตย์จริง  พูดให้คนเกิดความสามัคคีกลมเกลียวกัน  พูดคำสุภาพเรียบร้อย  พูดเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟัง  ใจมีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ไม่คิดโลภอยากได้ของใคร  ไม่คิดร้ายทำลายใคร   ไม่อิจฉาริษยาใคร  เชื่อฟังพ่อแม่ครูอาจารย์  เพียงเท่านี้  กาย  วาจา  และใจ  ของนักเรียนก็สามารถสร้างมนุษย์สมบัติ  สวรรค์สมบัติ  ให้แก่นักเรียนเอง  แก่บิดามารดาและครูอาจารย์ได้แล้ว  โดยที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สินเงินทองเลย  และพระพุทธศาสนาจัดว่าเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่กว่าการบริจาคทานอีกด้วย 

    เพราะบุญหมายถึงความดีทุกอย่าง  บุญจึงมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ทุกคน  เพราะ   

๑. เป็นเหตุให้ได้เกิดในคติภพที่ดี  

๒. ช่วยคุ้มครองรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากภัยอันตรายต่าง ๆ  

๓.  ช่วยนำพาวิถีชีวิตไปสู่ความสำเร็จ  และเจริญก้าวหน้าในสิ่งที่ตนปรารถนา  

๔. เป็นเหตุให้จิตใจเกิดความร่มเย็นเป็นสุข  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้พุทธศาสนิกชนได้หมั่นทำบุญเอาไว้เสมอเมื่อมีโอกาส   แม้ว่าจะเป็นบุญเพียงเล็กน้อยก็ตาม   

ดังพระพุทธพจน์ว่า  “อย่าดูหมิ่นบุญว่ามีประมาณน้อย เมื่อไรจะมาถึงเรา หยดน้ำที่หยดลงทีละหยดยังทำภาชนะมีตุ่มเป็นต้นให้เต็มได้  ฉันใด     คนผู้ฉลาดทำบุญอยู่เสมอ  ก็ย่อมเต็มด้วยบุญฉันนั้น”

อนึ่ง พระพุทธองค์  ตรัสผลดีที่เกิดจากอานุภาพบุญไว้ในจูฬกัมมวิภังคสูตร  กล่าวโดยสรุปเพื่อจำง่ายดังนี้

              อายุยืนเพราะเว้นการเข่นฆ่า     ไร้โรคาเพราะไม่ทำร้ายสัตว์

              มีผิวพรรณงามเลิศเจิดจำรัส     เพราะกำจัดความโกรธรู้อดใจ

              ยศศักดิ์สูงเพราะใจไม่ริษยา     มีโภคาเพราะทานคือการให้

              สกุลสูงเพราะเจียมเสงี่ยมใจ     ปัญญาไวเพราะคบหาปัญญาชน

บุญเป็นเหตุให้เกิดความสุขความเจริญ  และความอยู่รอดปลอดภัยแห่งชีวิต  ดังกล่าวมานี้     บุญจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ  สมดังพุทธภาษิตในติกนิบาต   อังคุตตรนิกายว่า

    ปุญญานิ     กิริยาถ     สุขาวหานิ.     ควรทำบุญอันนำสุขมาให้

    บุญนั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัว  ใครทำใครได้ ดังพระพุทธพจน์ว่า ความหมดจด (ความดี) หรือความเศร้าหมอง (ความชั่ว) เป็นเรื่องเฉพาะตน คนอื่นทำคนอื่นให้หมดจดหรือให้เศร้าหมองไม่ได้     ตัวอย่างง่าย ๆ   สมมติว่า  นักเรียน  ๒  คน  เป็นเพื่อนรักกัน  คนหนึ่งเรียนเก่ง  คนหนึ่งเรียนไม่เก่ง     คนเรียนเก่งสงสารเพื่อนอย่างไร  ก็ไม่สามารถจะแบ่งเอาความเก่งของตนไปให้เพื่อนได้  หรือเพื่อนที่เรียนไม่เก่งจะคิดแย่งชิงโดยการลักขโมย  ปล้นจี้เอาความเก่งไปจากเพื่อนก็ไม่ได้เหมือนกัน  มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น  คือถ้าอยากเก่งต้องขยันหมั่นเพียร  ฝึกฝนด้วยตนเอง  จะไปขอหรือแย่งชิงเอาจากคนอื่นเหมือนกับสิ่งของไม่ได้

    เรื่องบุญที่ได้อธิบายมาโดยย่อพอสรุปได้ดังนี้  คำว่าบุญ เป็นชื่อของความดีที่ควรทำทุกอย่าง  เครื่องมือทำบุญที่สำคัญที่สุดคือ  กาย  วาจา  ใจ ของตน  บุญเป็นความดีเฉพาะตน  ใครทำใครได้  ดังคำพูดว่า  ความดีไม่มีขาย  ใครอยากได้ต้องทำเอง บุญที่ได้ทำไว้แล้วเป็นสิ่งวิเศษ     สามารถเก็บเอาสมบัติทุกอย่างทั้งมนุษย์สมบัติ สวรรคสมบัติ  นิพพานสมบัติไว้ภายในได้มากมาย     ไม่เป็นภาระที่ต้องแบกหาม  โจรแย่งชิงเราไปไม่ได้  ยิ่งใช้ยิ่งมีมาก  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า

ปุญฺญํ  โจเรหิ  ทูหรํ.   บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้  (พุทธพจน์)

เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำได้มันจะเป็นสมบัติของเราไปตลอด  อยากให้ชีวิตดีก็ไม่ต้องไปบนบานศาลกล่าวที่ไหนหรอก อยากให้ชีวิตดี ก็ลงมือทำดี ทางกาย ทางวาจา ทางใจ

ดังได้บรรยายมาด้วยประการฉะนี้ ฯ

___

ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข , คนโง่ ไม่ควรเป็นผู้นำ , ผู้นำ ผู้ตาม , ม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก , ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ , บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้ , ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล , ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (2) , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (1) , คำคมภาษาอังกฤษ ,  'เชื่อมั่นในตน' เกิดเป็นคนควรจะพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ , ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน , ชนะตนแล ประเสริฐกว่า , ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ , คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญา นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า มีชีวิตประเสริฐ , ธรรมเป็นเหตุให้ยศเจริญ , ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก , ชนเหล่าใดประมาท ชนเหล่านั้นเป็นเหมือนคนที่ตายแล้ว , จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบ ,  เพียงดังแก้วมณีโชติรส , ผู้ดำเนินชีวิตโดยธรรม ,  ผู้เห็นภัยในความประมาทโดยปกติ ,  ผู้เพ่งความสงบ พึงละโลกามิสเสีย , พุทธภาษิตเกี่ยวกับความตาย , ความไม่รู้เป็นมลทินร้ายที่สุด , คนชั่วช้า ไม่พ้นตาสังคม ,  เมื่อจักขุวิญญาณเห็นรูป ก็เป็นเพียงแต่เห็น , เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี , ช่วยกันเขียนให้ถูก และแปล อย่าให้ผิด , ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง , คนล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร , มลทินที่ร้ายแรงที่สุด





วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล

ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล

สีลํ  ยาว  ชรา  สาธุ,     สทฺธา  สาธุ  ปติฏฺฐิตา;

ปญฺญา  นรานํ  รตนํ,     ปุญฺญํ  โจเรหิ  ทูหรํ.

ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จจนกระทั่งชรา  ศรัทธาที่มั่นคงก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จเช่นกัน

ปัญญาเป็นแก้ววิเศษของนรชน  ส่วนบุญนั้นโจรลักไปไม่ได้.  (สังยุตตนิกาย สคาถวรรค)

อธิบายความ

เครื่องประดับแต่ละประเภทก็ย่อมเหมาะไปตามวัย แต่เครื่องประดับ คือ ศีล ไม่ว่าจะเป็นคนวัยไหนรักษา ก็ย่อมงามจนถึงวัยชรา เพราะคนทั้งหลายย่อมชื่นชมบุคคลผู้มีศีลว่า "เป็นผู้มีกายวาจาเรียบร้อยกอปรด้วยจิตใจดีมีเมตตากรุณา"  ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล

    บุคคลเมื่อมีความเชื่อต่อสิ่งใดแล้ว ก็มีความกล้าหาญที่จะประกอบกิจในสิ่งที่ตนเชื่อนั้นอย่างไม่ย่อท้อ เช่นเชื่อในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า "สามารถพาบุคคลผู้ปฏิบัติตามให้พ้นจากทุกข์ได้" จึงเป็นเหตุให้เกิดกำลังใจที่จะประพฤติปฏิบัติตามธรรมอย่างไม่ย่อท้อ ไม่ช้าก็จะประสบความสำเร็จได้ ไม่มากก็น้อยตามแต่กำลังแห่งการปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ศรัทธาจึงนับว่าเป็นคุณธรรมที่ยังประโยชน์ให้สำเร็จได้อย่างยิ่ง

    บุคคลผู้มีปัญญาย่อมขวนขวายหาทรัพย์สมบัติได้ หรือหากแม้ตกอยู่ในภาวะวิกฤติก็สามารถพลิกผันชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ทุกเมื่อ คนมีปัญญามักมองเห็นโอกาสในทุกๆปัญหา ส่วนผู้อับปัญญามักมองเห็นปัญหาในทุกๆโอกาส คนอับปัญญาแม้จะมีทรัพย์สมบัติอยู่ในครอบครองไม่ช้าสมบัตินั้นอาจวิบัติและนำทุกข์มาสู่ตนได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น ปัญญาจึงเป็นทรัพย์อันประเสริฐ

      ส่วนบุคคลผู้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ตื่นขึ้นมาก็พิจารณาความตายเป็นสิ่งแรกของทุกวัน จึงตั้งใจให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาทุกวันไม่ขาด เพราะตระหนักดีว่า "ชีวิตเป็นของน้อย ชีวิตเต็มไปด้วยอันตรายและความไม่แน่อน" บุญคือสิ่งเดียวที่เรานำติดตัวไปในสัมปรายภพได้  แม้แต่โจรก็ปล้นบุญไปจากเราไม่ได้ ส่วนคนชั่วไม่มีบุญติดตัวไป

      อนึ่ง ศีลเป็นเบื้องต้นและเป็นที่ตั้งแห่งคุณความดีทั้งหลาย ช่วยทำให้สมาธิตั้งมั่น สมาธิจะทำให้เกิดปัญญา รวมทั้งศรัทธาที่ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัยจะส่งผลใหญ่ให้ได้มนุษย์สมบัติสวรรค์สมบัติและนิพพานสมบัติ

___

ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข , คนโง่ ไม่ควรเป็นผู้นำ , ผู้นำ ผู้ตาม , ม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก , ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ , บุญเป็นสิ่งเดียวที่โจรขโมยจากเราไปไม่ได้ , ผู้มีศีลย่อมได้รับคำชื่นชมและมีความสุขสงบใจอันเกิดจากกุศล , ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (2) , สุภาษิตและสำนวนในภาษาอังกฤษ (1) , คำคมภาษาอังกฤษ ,  'เชื่อมั่นในตน' เกิดเป็นคนควรจะพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ , ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน , ชนะตนแล ประเสริฐกว่า , ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ , คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญา นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า มีชีวิตประเสริฐ , ธรรมเป็นเหตุให้ยศเจริญ , ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก , ชนเหล่าใดประมาท ชนเหล่านั้นเป็นเหมือนคนที่ตายแล้ว , จิตที่บุคคลตั้งไว้ชอบ ,  เพียงดังแก้วมณีโชติรส , ผู้ดำเนินชีวิตโดยธรรม ,  ผู้เห็นภัยในความประมาทโดยปกติ ,  ผู้เพ่งความสงบ พึงละโลกามิสเสีย , พุทธภาษิตเกี่ยวกับความตาย , ความไม่รู้เป็นมลทินร้ายที่สุด , คนชั่วช้า ไม่พ้นตาสังคม ,  เมื่อจักขุวิญญาณเห็นรูป ก็เป็นเพียงแต่เห็น , เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี , ช่วยกันเขียนให้ถูก และแปล อย่าให้ผิด , ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง , คนล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร , มลทินที่ร้ายแรงที่สุด