วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

มีพระพุทธพจน์ในทวยตานุปัสสนาสูตร (ในวรรคที่ ๓) ว่า

มีพระพุทธพจน์ในทวยตานุปัสสนาสูตร (ในวรรคที่ ๓) ว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากจะพึงมีผู้ถามว่า “การพิจารณาเห็นธรรมแยกออกเป็น ๒ คู่โดยชอบเนืองๆ พึงมีโดยปริยายอย่างอื่นบ้างไหม”   ควรตอบเขาว่า  “พึงมี”  ถ้าเขาถามว่า  “พึงมีอย่างไรเล่า”  พึงตอบเขาว่า “การพิจารณาเห็นเนืองๆ ว่า ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งทั้งหมด ย่อมเกิดขึ้นเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย นี้เป็นข้อที่ ๑  การพิจารณาเห็นเนืองๆ ว่า เพราะอวิชชานั่นเองดับไป เพราะการคายกิเลสโดยไม่มีเหลือ ทุกข์จึงไม่เกิด นี้เป็นข้อที่ ๒”  ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นเนืองๆ ซึ่งธรรมแยกออกเป็น ๒ คู่โดยชอบอย่างนี้” ฯลฯ จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า

“อวิชชานั่นแล เป็นคติของสัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงชาติ มรณะ และสังสารวัฏ ซึ่งมีสภาวะอย่างนี้และมีสภาวะเป็นอย่างอื่นอยู่บ่อยๆ

อวิชชา คือความหลงมัวเมาอย่างใหญ่หลวงนี้ เป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายจมปลักอยู่สิ้นกาลนาน สัตว์เหล่าใดทำลายอวิชชาด้วยวิชชาแล้ว สัตว์เหล่านั้นย่อมไม่เข้าถึงภพใหม่อีก”

อธิบายความ 

อวิชชาเป็นคติให้เข้าถึงชาติ มรณะ และสังสารวัฏ ซึ่งมีสภาวะอย่างนี้และมีสภาวะเป็นอย่างอื่นอยู่บ่อยๆ  คำว่า “ชาติ มรณะ และสังสารวัฏ ซึ่งมีสภาวะอย่างนี้และมีสภาวะเป็นอย่างอื่นอยู่บ่อยๆ”  หมายถึง เข้าถึงความเกิดและความตาย และเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารยาวนาน คือถึงสภาวะแห่งความเป็นมนุษย์บ้างและความเป็นสัตว์อื่นๆที่เหลือจากความเป็นมนุษย์บ้าง ดังนี้.  

เพราะฉะนั้น จงหมั่นพิจารณาเนืองๆเถิด

สาระธรรมจากทวยตานุปัสสนาสูตร

พระมหาวัชระ  เชยรัมย์  (ติกฺขญาโณ)

27/7/64



Previous Post
Next Post

post written by:

0 comments: