วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564

แก้ปัญหาภิกษุโกสัมพีทะเลาะกัน (ตอนจบ)

แก้ปัญหาภิกษุโกสัมพีทะเลาะกัน (ตอนจบ)

[หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้อยู่ที่หมู่บ้านปาริไลยกะมาระยะหนึ่ง ได้ออกเดินทางไปที่วัดเชตวัน กรุงสาวัตถี ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ อุบาสกอุบาสิกาชาวโกสัมพี ได้คุยกันว่า]

อ:  ภิกษุในโกสัมพีทำให้พระพุทธเจ้าออกไปจากเมืองของเรา เราก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เอาละ พวกเราไม่ต้องเคารพไหว้ ไม่ต้องต้อนรับภิกษุเหล่านี้อีก ถ้าจะเข้ามาบิณฑบาตก็ไม่ต้องถวาย จะได้ไปเสียจากที่นี่ หรือไม่ก็สึก หรือกลับไปหาพระพุทธเจ้า

[เมื่อชาวเมืองไม่ต้อนรับ ไม่สนใจ เหล่าภิกษุในโกสัมพีจึงคุยกันว่า]

ภ:  ท่านอาวุโสทั้งหลาย พวกเราควรไปกรุงสาวัตถีเพื่อยุติเรื่องนี้ต่อหน้าพระพุทธเจ้าเถิด

[เมื่อพระสารีบุตรทราบข่าวว่าคณะภิกษุโกสัมพีกำลังเดินทางมา จึงเข้าไปถามพระพุทธเจ้าว่า]

ส:  ได้ข่าวว่าคณะภิกษุโกสัมพีที่ทะเลาะกันกำลังเดินทางมาที่นี่ ข้าพระพุทธเจ้าควรจะปฏิบัติต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างไรดี?

พ:  สารีบุตร เธอจงยึดธรรมเป็นหลัก

ส: ข้าฯจะทราบได้อย่างไรระหว่างธรรมกับอธรรม?

พ:  ฝ่ายอธรรมคือ ภิกษุที่แสดงสิ่งที่ไม่เป็นธรรมว่าเป็นธรรม สิ่งที่เป็นวินัยว่าไม่เป็นวินัย สิ่งที่ตถาคตไม่ได้พูดว่าตถาคตพูด สิ่งที่ตถาคตไม่ได้ทำว่าตถาคตทำ สิ่งที่เป็นอาบัติว่าไม่เป็นอาบัติ

[โดยเมื่อพระมหากัสสปะ พระมหากัจจานะ พระมหาโกฏฐิตะ พระมหากัปปินะ พระมหาจุนทะ พระอนุรุทธะ พระเรวตะ พระอุบาลี พระอานนท์ และพระราหุลถาม พระพุทธเจ้าก็ตอบแบบเดียวกัน]

[ขณะเดียวกัน เมื่อพระมหาปชาดีโคตมีเถรีทราบข่าว ก็เข้าไปถามพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกัน]

ม:  ได้ข่าวว่าคณะภิกษุโกสัมพีที่ทะเลาะกันกำลังเดินทางมาที่นี่ ข้าพระพุทธเจ้าควรจะปฏิบัติต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างไรดี?

พ:  โคตมี เธอจงฟังความสองฝ่าย พอฟังแล้วเห็นว่าฝ่ายไหนพูดได้ถูกต้องเป็นธรรม ก็จงพอใจกับฝ่ายนั้น

[โดยเมื่ออนาถบิณฑิกคหบดี และนางวิสาขามิคารมาตาถาม พระพุทธเจ้าก็ตอบแบบเดียวกัน]

[เมื่อคณะภิกษุมาถึง พระภิกษุที่ถูกยกได้เข้าไปหาเหล่าภิกษุที่สนับสนุนตนแล้วกล่าวว่า]

ภ:  อาวุโสทั้งหลาย ที่ผมทำนั้นเป็นอาบัติ ควรแล้วที่ผมถูกยก ขอได้กรุณารับผมเข้าหมู่ด้วยเถิด

[เหล่าภิกษุจึงพาผู้ถูกยกเข้าไปพบพระพุทธเจ้าแล้วกล่าวว่า]

เหล่าภิกษุ:  ภิกษุผู้ถูกยกรูปนี้ กล่าวว่าสิ่งที่ตนทำเป็นอาบัติ ควรแล้วที่ถูกยก ขอให้รับกลับเข้าหมู่ด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกข้าพระพุทธเจ้าควรทำอย่างไรดี?

พ:  ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ภิกษุนั้นทำเป็นอาบัติ ควรแล้วที่ถูกยก เมื่อถูกยกและเห็นอาบัติแล้ว พวกเธอก็จงรับภิกษุนั้นกลับเข้าหมู่

[เมื่อรับเข้าหมู่แล้ว ทั้งหมดได้เข้าไปหาเหล่าภิกษุที่ยกและกล่าวว่า]

เหล่าภิกษุที่สนับสนุนผู้ถูกยก: อาวุโสทั้งหลาย หมู่สงฆ์แตกแยกกันเพราะเรื่องภิกษุนั้น ซึ่งต้องอาบัติและถูกยกแล้ว ซึ่งภิกษุนั้นได้เห็นอาบัติและสงฆ์ได้รับเข้าหมู่แล้ว พวกเราควรจะทำสังฆสามัคคีเพื่อยุติเรื่องทั้งหมดนี้

[เหล่าภิกษุที่ยกจึงได้เข้าไปหาพระพุทธเจ้าแล้วกล่าวว่า]

เหล่าภิกษุที่ยก:  ภิกษุที่สนับสนุนผู้ถูกยกกล่าวว่า หมู่สงฆ์แตกแยกกันเพราะเรื่องภิกษุนั้น ซึ่งต้องอาบัติและถูกยกแล้ว ซึ่งภิกษุนั้นได้เห็นอาบัติและสงฆ์ได้รับเข้าหมู่แล้ว พวกเราควรจะทำสังฆสามัคคีเพื่อยุติเรื่องทั้งหมดนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกข้าพระพุทธเจ้าควรทำอย่างไรดี ?

พ:  ภิกษุรูปนั้นต้องอาบัติและถูกยกแล้ว ซึ่งภิกษุนั้นได้เห็นอาบัติและสงฆ์ได้รับเข้าหมู่แล้ว พวกเธอจงทำสังฆสามัคคีเพื่อยุติเรื่องทั้งหมดนี้

[หลังจากเหล่าภิกษุทำสังฆสามัคคีแล้วนั้น พระอุบาลีได้ถามพระพุทธเจ้าว่า]

อ:  เมื่อเกิดความแตกแยกขึ้น ถ้ายังไม่ทันวินิจฉัยหรือค้นหาสาเหตุแล้วไปมุ่งทำให้สามัคคีกันเลย ถือว่าเป็นธรรมหรือ?

พ:  เมื่อเกิดความแตกแยกขึ้น ถ้ายังไม่ทันวินิจฉัยหรือค้นหาสาเหตุแล้วไปมุ่งทำให้สามัคคีกันเลย ถือว่าไม่เป็นธรรม

อ:  แล้วถ้ามาวินิจฉัยหรือค้นหาสาเหตุของความแตกแยกก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงสร้างความสามัคคี ถือว่าเป็นธรรมไหม?

พ:  เมื่อเกิดความแตกแยกขึ้นแล้วมาวินิจฉัยหรือค้นหาสาเหตุกันก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยมาสร้างความสามัคคี แบบนี้ถือว่าเป็นธรรม

_______

ที่มา: เรียบเรียงจากพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 7 (พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค 2 โกสัมพิขันธกะ เสด็จจาริกสู่พระนครสาวัตถี), 2559, น.457-469

หลักพิจารณาว่าพระพุทธเจ้าห้ามหรือไม่ห้ามสิ่งใด,  กำเนิดหมอชีวกโกมารภัจจ์ (ตอนที่ 1),  (ตอนที่ 2),  (ตอนที่ 3),   (ตอนที่ 4)หมอรักษาพระพุทธเจ้า,  ไม่ฉันเนื้อใน 3 กรณีเหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืม,  พระพุทธเจ้ารับการรักษาและรับจีวรจากหมอชีวกโกมารภัจจ์,  ตถาคตเลิกให้พรแล้วคุณ 5 ข้อของการนอนแบบมีสติรู้ตัว,  แก้ปัญหาภิกษุโกสัมพีทะเลาะกัน (ตอนที่ 1),  (ตอนที่ 2),  (ตอนที่ 3),  (ตอนที่ 4),   (ตอนที่ 5),  (ตอนจบ),  "คว่ำบาตร" มีที่มาอย่างไร





Previous Post
Next Post

post written by:

0 comments: