วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564

พระพุทธพจน์ในนาลกสูตรว่า “ควรเป็นผู้มีจิตไม่ท้อแท้ และไม่ควรครุ่นคิดกังวลมาก...”


พระพุทธพจน์ในนาลกสูตรว่า “ควรเป็นผู้มีจิตไม่ท้อแท้ และไม่ควรครุ่นคิดกังวลมาก...” 

ไม่ควรเป็นผู้มีจิตท้อแท้  ไม่ควรครุ่นคิดกังวลมาก  ไม่ควรเป็นผู้โกรธง่าย  

ไม่ควรเป็นที่อาศัยแห่งตัณหา (ความอยากหรือความใคร่)  ไม่ควรเป็นที่อาศัยแห่งทิฏฐิ (ความเห็นผิด)  

แต่ควรมีจุดหมายของชีวิต

เมื่อมีชีวิตเกิดอยู่บนโลกใบนี้แล้ว ไม่ควรท้อแท้กับอุปสรรคหรือครุ่นคิดกังวลมากนัก เพราะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเราห้ามมิได้

ฉะนั้น พื้นฐานชีวิตควรมีจิตเมตตารักใคร่กัน มีจิตกรุณาสงสารเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน มีมุทิตาจิตพลอยยินในเมื่อผู้อื่นได้ดี และมีจิตอุเบกขาวางใจเป็นกลางในสัตว์และสังขารทั้งปวง เพื่อมิให้เกิดความยินดียินร้ายและไม่ถือโทษโกรธง่ายเป็นต้น

อนึ่ง ไม่ควรประพฤติตนให้เป็นบ่อเกิดแห่งตัณหาและความเห็นผิดจนเกิดความคิดที่จะประพฤติชั่วทั้งทางกายวาจาและใจ

เพราะฉะนั้น จึงควรมีศรัทธาศึกษาธรรมและเพียรประพฤติปฏิบัติตามธรรมด้วยความไม่ประมาทเพื่อความตั้งมั่นแห่งจิตใจให้มีความสงบไม่ฟุ้งซ่านและเพื่อความรอบรู้ในกองสังขารนี้ตามความเป็นจริงเพื่อความหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวง นี้เป็นจุดหมายของชีวิต

ดังพระพุทธพจน์ในนาลกสูตรว่า

“ควรเป็นผู้มีจิตไม่ท้อแท้  และไม่ควรครุ่นคิดกังวลมาก  

เป็นผู้หมดกลิ่นสาบ (ความโกรธ)  ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย  มีพรหมจรรย์เป็นจุดหมาย” ดังนี้

สาระธรรมจากนาลกสูตร

พระมหาวัชระ เชยรัมย์ (ติกฺขญาโณ)

5/9/64





post written by:

Related Posts

0 comments: