วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บุคคลเช่นไร ชื่อว่าเป็นผู้ยึดเอาไว้ได้ซึ่งสาระอันสูงสุดในชีวิต ?

บุคคลเช่นไร ชื่อว่าเป็นผู้ยึดเอาไว้ได้ซึ่งสาระอันสูงสุดในชีวิต ?

บุคคลผู้เจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ คือ

๑. ศรัทธา (ความเชื่อ)  ๒. ศีล (การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย)

๓. สุตะ (การสดับตรับฟังหาความรู้)  ๔. จาคะ (การเสียสละ)  ๕. ปัญญา (ความรอบรู้)

จึงชื่อว่าเป็นผู้ยึดเอาไว้ได้ซึ่งสาระอันสูงสุดในชีวิต

สมดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในปฐมวัฑฒิสูตร (พระสูตรว่าด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ) ว่า 

“ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกเมื่อเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ ชื่อว่าย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญอย่างประเสริฐ ชื่อว่าเป็นผู้ถือเอาสิ่งที่เป็นสาระ และถือเอาสิ่งที่ประเสริฐแห่งกาย (แห่งชีวิตนี้) ธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. ศรัทธา (ความเชื่อ)  ๒. ศีล (การรักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย)  

๓. สุตะ (การสดับฟังหาความรู้) ๔. จาคะ (การเสียสละ)  ๕. ปัญญา (ความรอบรู้)

ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกเมื่อเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการนี้แล ชื่อว่าย่อมเจริญด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญอย่างประเสริฐ ชื่อว่าเป็นผู้ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นสาระ และถือเอาสิ่งที่ประเสริฐแห่งกายได้ ดังนี้”

(มีพระคาถาประพันธ์ไว้ว่า)

อริยสาวกใด เจริญด้วยศรัทธา  ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา  

อริยสาวกนั้น เป็นสัตบุรุษ  มีปัญญาเห็นประจักษ์

ชื่อว่าถือเอาแต่สิ่งที่เป็นสาระสำหรับตนไว้ได้ ในโลกนี้ทีเดียว ดังนี้แล.

สาระธรรมจากปฐมวัฑฒิสูตร ในปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย

พระมหาวัชระ เชยรัมย์ (ติกฺขญาโณ) วัดสามพระยา กรุงเทพ ฯ

14/12/64





Previous Post
Next Post

0 comments: