วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

โลกอันอะไรย่อมนำไป - What is the world led around ?

โลกอันอะไรย่อมนำไป - What is the world led around ? 

Devatā :- Kenassu  nīyati  loko  kenassu parikassati,  Kissassa  ekadhammassa sabbeva  vasamanvagūti. เกนสฺสุ นียติ โลโก เกนสฺสุ ปริกสฺสติ,  กิสฺสสฺส เอกธมฺมสฺส  สพฺเพว วสมนฺวคูติ.

เทวดาทูลถามว่า “โลกอันอะไรย่อมนำไป อันอะไรหนอย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคืออะไร ฯ

Deva :- " By what is the world led around? By what is it dragged here and there? What is the one thing that has all under its control ? "

Bhagavā :- cittena  nīyati  loko  cittena parikassati,  Cittassa  ekadhammassa  sabbeva  vasamanvagūti. จิตฺเตน นียติ โลโก จิตฺเตน ปริกสฺสติ,   จิตฺตสฺส  เอกธมฺมสฺส  สพฺเพว  วสมนฺวคูติ.

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไป โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือจิต ฯ

The Blessed One: "The world is led around by mind; By mind it's dragged here and there. Mind is the one thing that has all under its control."

* คำว่า “โลก” หมายถึง สัตว์โลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานก็ตาม ย่อมถูกจิตชักจูงไป จะทำดีก็เพราะจิตชักจูงให้ทำ จะทำชั่วก็เพราะจิตชักจูงให้ทำ เมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว จะไปสู่สุคติหรือทุคติ ก็จิตนี่แหละเป็นตัวนำไป

ในตัวคนและสัตว์นั้น มีสิ่งสำคัญอยู่ ๒ ประการ คือ ร่างกาย และจิตใจ ทั้ง ๒ สิ่งนี้ต่างมีอิทธิพลให้คุณและโทษซึ่งกันและกันได้ แต่ในทางธรรมนั้นถือว่าจิตใจสำคัญที่สุด คือเป็นใหญ่กว่าร่างกาย ดังคำพูดที่ว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว”  คือไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ เราทำตามอำนาจของจิต จิตเป็นตัวสั่งการ กายเป็นผู้ตอบสนอง คือทำทุกอย่างตามที่จิตสั่ง เมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว คือเมื่อแตกกายทำลายขันธ์ไปแล้ว ก็ต้องไปสู่สุคติบ้าง ทุคติบ้าง ตามอำนาจของกรรมที่ทำมา ก็จิตนี่แหละเป็นตัวนำไป 

เมื่อร่างกายอยู่ในฐานะผู้ตามจิตใจเช่นนี้ จึงปรากฏว่าบุคคลในโลกนี้ถ้าใจดีสักอย่างแล้ว อย่างอื่นก็จะดีไปด้วย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้จิตใจทั้งสิ้น หมายความว่าจิตใจเป็นผู้รับรูป เป็นผู้เข้าถึงคุณธรรมตลอดจนความเจริญต่างๆ. ดังนั้น เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว พึงฝึกจิตให้ดีเถิด เมื่อฝึกจิตให้ดีแล้ว จิตจะนำไปในทางที่ดี. 

ถ้าผู้ใดมีจิตใจโหดเหี้ยมทารุณ เขาก็จะแสดงความโหดเหี้ยมทารุณนั้นออกมาทางร่างกายและคำพูด ถ้าคนทั้งโลกมีลักษณะเหมือนเขาหมด ก็เป็นอันแน่นอนว่าโลกนี้จะเต็มไปด้วยความเบียดเบียนซึ่งกันและกัน หาความสงบสุขได้แต่ที่ไหน ในทางกลับกัน หากจิตใจของบุคคลทั้งโลกมีเมตตากรุณาต่อกัน ทุกคนก็จะอยู่ร่วมกันแบบพี่แบบน้อง โลกนี้ย่อมปราศจากปัญหาอย่างแน่นอน รวมแล้วจิตใจสำคัญที่สุด ดังพระพุทธสุภาษิตข้างต้นนั้น

ฉะนั้น หากผู้ใดต้องการพบกับความสุขที่สงบเย็น ก็พึงมีจิตประกอบด้วยคุณธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นต้นว่า มีศีล สมาธิ ปัญญา ให้บริบูรณ์นี้เถิด ความสุขต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน.

Previous Post
Next Post

post written by:

0 comments: