วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565

รถสู่นิพพาน

เทวดา:   ป่าชัฏชื่อโมหนะ (ป่าเป็นที่หลง) ที่มีหมู่นางอัปสรคอยขับร้องเสียงเพลง (ความเพลิดเพลินพอใจ) และมีปีศาจสิงอยู่

ทำอย่างไรจึงจะหนีออกไปได้?

พระพุทธเจ้า:  ทางนั้นเป็นทางตรง (มรรค 8*)

ทิศที่จะไปนั้นไม่มีภัย (นิพพาน)

รถ ประกอบด้วยล้อคือธรรม ชื่อว่าไม่มีเสียงดัง (แบกรับคนนั่งได้มาก ไม่หนักจนมีเสียงดัง)

หิริ (ความละอายต่อความชั่ว) เป็นฝากั้นของรถนั้น

สติ เป็นเกราะกั้นของรถนั้น

สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นที่ถูกต้อง) เป็นสารถี

ใครมียานชนิดนี้ จะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม ย่อมเข้าไปใกล้นิพพานได้

___________

ที่มา: เรียบเรียงจากพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 24 (พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ภาค 1 เล่ม 1 อัจฉราสูตร ข้อ 143), 2559, น.180

*อริยมรรคมีองค์ 8

ทางที่จะนำไปสู่การดับกิเลสและบรรลุธรรมอันวิเศษ (อริยมรรค) นี้มี 8 ข้อ ได้แก่

1-การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง (สัมมาทิฏฐิ คือมองเห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง รู้ว่าทุกข์คืออะไร เกิดจากอะไร การไม่มีทุกข์เป็นอย่างไร และจะดับทุกข์ได้อย่างไร รวมถึงเห็นว่าสิ่งต่างๆไม่จีรังยั่งยืน เปลี่ยนแปลงตลอด เกิดดับไม่มีตัวตน)

2-การมีความคิดที่ถูกต้อง (สัมมาสังกัปปะ คือ ไม่คิดโลภติดกับกิเลสตัณหา ไม่คิดโกรธพยาบาท)

3-การพูดจาในทางที่ถูกที่ควร (สัมมาวาจา คือ ไม่พูดเท็จ ส่อเสียด หยาบคาย หรือเพ้อเจ้อ)

4-การประพฤติตัวในทางที่ถูกที่ควร (สัมมากัมมันตะ คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักขโมย ไม่ทำผิดในกาม)

5-การมีอาชีพที่ถูกที่ควร (สัมมาอาชีวะ คือ ไม่โกง ไม่หลอกลวง ไม่บังคับขู่เข็ญใคร)

6-ความมุ่งมั่นพยายามที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง (สัมมาวายามะ คือ ไม่ทำบาป/ หยุดทำบาปที่เคยทำ/ ทำบุญ/ และรักษาบุญที่ทำให้ต่อเนื่อง)

7-การมีสติระลึกรู้ตัวอยู่เนืองๆ (สัมมาสติ คือ มีสติระลึกรู้ทันกาย ความรู้สึก จิตใจ และสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น)

8-การมีจิตตั้งมั่นในทางที่ถูกต้อง ไม่ฟุ้งซ่านหรือส่ายไปมา (สัมมาสมาธิ)

___

Credit:เพจ พระพุทธเจ้าพูดอะไร

ผลของการมีสติรู้ตัวทุกลมหายใจ ใบไม้หนึ่งกำมือเมื่อไม่ยึดติดยินดีในสิ่งใดแม้แต่ชีวิตและร่างกาย ก็จะไม่ทุกข์ , ทำอย่างไรจะออกจากทุกข์ไปได้ , 'ความอยาก' ทำให้เราเวียนว่ายไม่จบสิ้น , อะไรที่จะทำให้เราอยู่อย่างเป็นสุข? , อะไรที่ทำให้จิตเศร้าหมอง?

วัดพระธาตุศรี(จ๋อมตอง)จอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 

Previous Post
Next Post

0 comments: