วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564

"เราได้ประโยชน์อะไรจากการไปยุ่มย่ามตรวจสอบศีลธรรมของคนอื่น​"

"เราได้ประโยชน์อะไรจากการไปยุ่มย่ามตรวจสอบศีลธรรมของคนอื่น​"

"เราได้ประโยชน์อะไรจากการไปยุ่มย่ามตรวจสอบศีลธรรมของคนอื่น​ (ต้องแยกให้ชัดระหว่างทำผิดศีลธรรมทางศาสนา​กับการทำผิดกฎหมาย)​ มันเหมือนเป็นการล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว​ ตอนแรกๆ​ ทำกับคนใกล้ชิด​ พอหลังๆ​ ทำกับคนแปลกหน้า​ทั้งที่ไม่เคยรู้มักคุ้นกันมาก่อน... 

ถามว่าแบบนี้มันใช่หรอ!? 

พระเองก็ชอบไปเทศน์จี้ชาวบ้าน​ ทำไมไม่รักษาศีล​ 5​ ไม่เข้าวัด​ ไม่ทำบุญ​ ฯลฯ ชอบไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน​ อ้างว่าเป็นชาวพุทธต้องทำตัวแบบนั้นแบบนี้สิ! ฝั่งชาวบ้านเองก็เกิดกระแสโต้กลับมาว่า.. ทีพระทำไมไม่รู้จักปล่อยวาง​ ไม่ถือศีลให้บริสุทธิ์​ ไม่ปฏิบัติธรรม​ ไม่นั่งสมาธิ​สวดมนต์ ไม่ใช่กิจของสงฆ์​ ฯลฯ​ โต้ตอบกันไปมา

และแล้วมันก็กลายเป็นสังคมคนดี​มีศีลธรรม.. มันไม่ใช่ศีลธรรมเพื่อเบื่อหน่าย​ เพื่อคลายกำหนัด​ เพื่อหลุดพ้น​ เพื่อมรรคผลนิพพานอะไรเลย!?​ แต่มันเป็นศีลธรรมที่คอยขิงคนอื่นว่า.. คุณเป็นคนดีหรือเปล่า? คอยสั่งสอนคนนั้นที​คนนี้ที คอยทำตัวเป็นผู้รู้​ ผู้ตื่น​ ผู้เบิกบาน​

แล้วก็กลายร่างเป็น​ "ตำรวจศีลธรรม" !!

อย่างไรก็ตาม​ ยังมีพระเณรและชาวบ้านอีกมาก​ ที่ไม่ได้ชื่นชอบและไม่ยอมรับพฤติกรรมแบบนี้​ ฉะนั้น! จะว่าใครก็แหกตาดูบ้าง​ ไม่ใช่แก่แล้วก็อัลไซเมอร์​ (เสียงแม่ลีน่​า​จัง)

ธรรมรังษี

Credit: คณะปฏิสังขรณ์การพระศาสนาใหม่ - New Restoration



Previous Post
Next Post

post written by:

0 comments: