วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ไม่ใช่หลักพุทธ! พระมหาไพรวัลย์ดึงสติคนแห่ชม “ครูบาน้อย” อยู่ถ้ำ 3 ปี ห่วงถูกพาผิดทาง !!


ไม่ใช่หลักพุทธ! พระมหาไพรวัลย์ดึงสติคนแห่ชม “ครูบาน้อย” อยู่ถ้ำ 3 ปี ห่วงถูกพาผิดทาง !!

นับได้ว่าเป็นความเชื่อ และความศรัทธาของประชาชน ที่ได้มาต้อนรับและขอพรนมัสการ พระญาณวิไชย ภิกขุ หรือ “ครูบาน้อย” แห่งพุทธสถานถ้ำเชตวัน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ภายหลังจาก “ครูบาน้อย” ได้เข้ากรรมฐานภายในถ้ำเป็นระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 วัน

พระญาณวิไชย หรือ “ครูบาน้อย” เข้ากรรมฐานภายในถ้ำเชตวัน ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2557 ถึง 15 ตุลาคม พ.ศ.2560 เป็นระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 วัน ขณะบำเพ็ญกรรมฐาน “ครูบาน้อย” ฉันผลไม้และน้ำเพียงเท่านั้น ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา (15 ต.ค.60) เวลาประมาณ 13.30 น. เป็นวันที่ “ครูบาน้อย” ครบกำหนดออกจากการบำเพ็ญพระกรรมฐาน ทางศิษย์ยานุศิษย์ ได้จัดงานน้อมรับ “ครูบาน้อย” ออกจากการบำเพ็ญพระกรรมฐานในวันเวลาดังกล่าว ณ พุทธสถานถ้ำเชตวันฯ

โดยภายในบริเวณวัด ตั้งแต่ปากถ้ำเชตวันฯ มีการประดับตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา และตามความเชื่อของชาวบ้านในท้องถิ่นอย่างสวยงาม เมื่อถึงเวลา “ครูบาน้อย” ได้นั่งอยู่บนเสลี่ยงแท่นธรรมมาสน์โดยมีลูกศิษย์ และชาวบ้านแต่งนุ่งขาวห่มขาวค่อย ๆ เคลื่อนขบวน ซึ่งนำขบวนด้วยกลองยาว ที่ไปต้อนรับออกจากถ้ำ ผ่านคลื่นลูกศิษย์ที่ศรัทธา พร้อมได้สนทนากับลูกศิษย์ ตลอดทางจนถึงศาลาการเปรียญ

จากนั้นได้เข้ากราบนมัสการรูปถ่ายของอาจารย์ของ “ครูบาน้อย” ที่ละสังขาร พร้อมเข้ากราบนมัสการพระเถระชั้นผู้ใหญ่ตามลำดับ เสร็จแล้วจึงเข้าสูพิธีปลงผม ทั้งนี้ “ครูบาน้อย” ได้เทศนาธรรมเป็นครั้งแรก หลังจากออกจากถ้ำ ซึ่งธรรมที่เทศนาเป็นการเทศน์เรื่องความกตัญญูต่อพ่อแม่ พร้อมกับบอกให้อยู่กับตัวเองให้มากที่สุด เนื่องจากหากอยู่กับคนหมู่มาก มักจะมองเห็นแต่ความไม่ดีของผู้อื่น

แต่ถ้าหากอยู่คนเดียวจะไม่มีเวลาคิดถึงสิ่งที่ไม่ดีของตัวเอง พร้อมกับเทศน์ให้เป็นคนกตัญญู และรู้จักเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ  และอย่าหวังสิ่งของตอบแทน โดย “ครูบาน้อย” ได้ขอบคุณญาติโยมที่มารับออกจากถ้ำ และช่วงเวลานั้นมีพระอาทิตย์ทรงกลดเป็นเวลานาน มีก้อนเมฆมาบดบังแสงอาทิตย์ สร้างความอัศจรรย์ของผู้มาร่วมงานอย่างยิ่ง

ทางด้าน พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเทศน์นักคิด วัดสร้อยทอง ได้เปิดเผยว่า ในทางพระพุทธศาสนา การบำเพ็ญในลักษณะดังกล่าวไม่มี มีแต่นักบวชนอกศาสนา ซึ่งศาสนาพุทธนั้นจะมีการเข้านิโรธ, การเข้าถึงความดับ หมายถึง การเข้าถึงความดับสัญญา (ความจำ) และเวทนา (ความรับอารมณ์) ทั้งหมด ซึ่งสามารถดับได้ถึง 7 วัน เรียกว่าเข้านิโรธสมาบัติ เรียกย่อว่า เข้านิโรธ โดยจะไม่ฉัน เป็นเวลา 7 วัน

สำหรับการปฏิบัติของ “ครูบาน้อย” ที่อ้างว่าเข้าถ้ำไม่มีการปลงผม ฉันแต่ผลไม้ วิธีดังกล่าว เป็นวิธีปฏิบัติของนักบวช ฤาษี เพราะในแนวทางของพระพุทธศาสนา พระวินัยกำหนดชัดเจนว่า พระภิกษุจะต้องปลงผมให้หมด หนวดเคราไม่ปล่อยให้ขึ้นรกรุงรัง และในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็เคยหาทางพ้นทุกข์ด้วยการทรมานร่างกาย แต่พบว่าไม่ใช่แนวทางพ้นทุกข์ ก่อนค้นพบทางสายกลาง แนวทางของพระพุทธเจ้าจะไม่ใช้วิธีสุดโต่ง

สำหรับกรณีนี้ จึงชวนให้อาตมาตั้งข้อสงสัยเช่นกันว่า ผิดไปจากแนวทางพระพุทธศาสนา เพราะการปฏิบัติกับความเป็นพระต้องไปด้วยกัน พระภิกษุสงฆ์สามารถเข้าไปบำเพ็ญเพียรในถ้ำได้ แต่เมื่อถึงเวลาเช้า ต้องออกบิณฑบาต เมื่อถึงวันพระต้องปลงผม พระต้องไม่อวดอ้างว่ามีคุณวิเศษเด็ดขาด

ส่วนในวันที่ออกจากถ้ำ ได้มีชาวบ้านที่ให้ความศรัทธา กับการปฏิบัติตัวของ “ครูบาน้อย” และมารอรับจำนวนมาก พระมหาไพรวัลย์ มีความเห็นว่า ชาวบ้านอาจจะมอง และยึดติดเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ มองว่า “ครูบาน้อย” เป็นผู้วิเศษ อยู่ในถ้ำเป็นเวลาถึง 3 ปี ฉันแต่ผลไม้ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา อย่างไรก็ตามพระมหาไพรวัลย์ ยังเป็นห่วงว่า การที่ชาวบ้านยึดติด ชื่นชอบสิ่งที่ดูมีคุณวิเศษ ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกหลอกทั้งนั้น

ที่มา : Amarintv




Previous Post
Next Post

post written by:

0 comments: